บทที่ 7 พรีเซนเตอร์คนใหม่
“อย่าบอกนะว่าพอเห็นคนรักเก่าเข้าหน่อยก็หวั่นไหว”
“บ้าน่า ฉันจะไปหวั่นไหวได้ยังไง เรื่องมันก็นานมาแล้ว ก็แค่คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอเขาที่นี่ก็แค่นั้นเอง”
“ฮึ ต่อให้คุณจะหวั่นไหว ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ อย่าลืมสิ ว่าคุณต่างหากที่เป็นคนทรยศกองทัพเอง” เขาพูดอย่างมีชัย รู้ดีว่านั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น จะมีใครรู้ดีไปกว่าตัวเขาอีกล่ะริมฝีปากหยักได้รูปจูบลงบนแก้มขาวเนียนอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
“แล้วนี่เรื่องธุรกิจของคุณว่ายังไง ? ” นภาดาวเปลี่ยนเรื่องพูดคุยกับชายหนุ่มตรงหน้า
“พรุ่งนี้หุ้นส่วนคนสำคัญของผมเขาจะเข้ามาเรานัดคุยกันที่โรงแรมนี่แหละ คุณจะไปด้วยกันไหม ? ”
“ไม่ดีกว่า คุณไปเถอะ ฉันอยากพักผ่อนสักหน่อย”
“งั้นก็…ตามใจ” เขาตอบอย่างเอาใจก่อนจะจุมพิตไปที่ไหล่มนของเธอ ก่อนจะผละตัวออกไปอาบน้ำ ต่างจากเธอที่กำลังคิดฟุ้งซ่านถึงอดีตคนรักของตัวเอง
เธอไม่เคยรู้เลยว่าที่ผ่านมานั้น เขาใช้ชีวิตยังไง หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้น ทั้งเขาและเธอก็ไม่เคยได้พบกันอีกเลย ในใจยังคงมีความอยากรู้อยากคุยกับอดีตคนรักอยู่ไม่น้อย เมื่อคิดได้ดังนั้น ขาเรียวจึงเดินไปหยิบชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่พร้อมกับตรงไปยังสระว่ายน้ำลอยฟ้าของโรงแรมทันที
“ตุ๊บ ! ว้าย ! ขอโทษครับ” สองหนุ่มสาวเดินชนกัน คนหนึ่งร้องด้วยความตกใจ ส่วนอีกคนกล่าวขอโทษตามนิสัยสุภาพบุรุษ ทันทีที่แหงนหน้าขึ้นมอง ทั้งสองกลับต้องตกตะลึง
“ดาว ! ” เขาอุทานเรียกชื่อหญิงสาวตรงหน้าออกมาด้วยความตกใจ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดมีสีหน้ากังวลอย่างไม่สามารถปิดบังได้
“ไม่เจอกันนานเลยนะภูผา”
เช้าวันต่อมา หลังจากที่ได้ผลสรุปของการประชุมและการตอบรับของหญิงสาวซึ่งเป็นเลขาของเขา ก็ทำให้เขาตกใจอยู่ไม่น้อย
“ลิตา คุณแน่ใจเหรอ ว่าทำได้ ? ” เขาถามเพื่อความแน่ใจ
“คุณคิดว่าฉันทำไม่ได้เหรอคะ อย่าห่วงเลยค่ะ ฉันรับปากไปแล้วว่าจะทำ ฉันจะทำให้ได้ แต่ว่า่ท่านประธานก็อย่าลืมค่าจ้างส่วนต่างของดิฉันด้วยนะคะ นี่เป็นงานพิเศษ” เธอพูดพร้อมกับรอยยิ้มอันสดใส จนชายหนุ่มเผลอยิ้มออกมาบาง ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เอาสิ ถ้างานเสร็จเรียบร้อยผมจะให้โบนัสพิเศษคุณด้วยเลย” เขาแสดงบทพ่อบุญทุ่มได้ถูกใจหญิงสาว
“ว่าแต่ร้านก๋วยเตี๋ยวที่คุณพาผมไปทานวันนั้นอร่อยดีนะ”
“ท่านประธานชอบจริงเหรอคะ ? ถ้าอย่างนั้นคราวหน้าฉันพาคุณไปทานอีกนะคะ”
“ก็ไปกลางวันนี้เลยสิเป็นไง” เขาตอบเสียงอ่อนโยน แต่บทสนทนาของสองหนุ่มสาวก็ต้องหยุดลง เมื่อสายตาเรียวหันไปพบกับใครบางคนที่กำลังเดินตรงมาทางเขา
“ลิตา คุณไปเตรียมตัวก่อนแล้วกันนะ ผมยังมีเรื่องต้องจัดการอยู่นิดหน่อย” เขาหันไปสั่งงานบางอย่างกับหญิงสาว ก่อนจะปรับสีหน้าเรียบหันไปมองชายวัยกลางคน เดินนำหน้าเขาไปยังห้องทำงานส่วนตัว ร่างบางได้แต่มองตามหลังอย่างสงสัย
“ท่านประธานจะให้ผมทำอย่างไรต่อดีครับ” บุคคลปริศนาเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของชายหนุ่ม รอยยิ้มร้าย ๆ ผุดขึ้นที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา
“ก็แค่หลอกล่อ ให้ฝั่งนั้นลงทุนกับเราไปก่อน แรก ๆ ให้ปันผลเห็นกำไร จนทางนั้นกล้าที่จะลงทุนก้อนใหญ่ จำไว้ว่าอย่ารีบร้อน”
“แล้วเรื่องที่ดินที่เราซื้อไว้ที่กระบี่ล่ะครับ”
“นั่นจะเป็นโครงการใหญ่ที่ฉันจะทำต่อไป ตอนนี้ยังไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น”
“ได้ครับ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของภูผาที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า อคินภัทรสั่งให้ชายวัยกลางคนที่เพิ่งจะเข้ามาให้กลับไปทำงานตามที่เขาได้สั่งไป
“กองทัพ แกรู้ไหมว่าฉันเพิ่งเจอใครมา” ท่าทีกังวลของภูผา เขาก็พอจะเดาออกว่าเพื่อนรักไปเจอใครเข้า แต่เขาก็ไม่ได้ตอบออกไป
“ฉันเจอดาว แกกับเธอได้เจอกันไหม แล้วดาวรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้แกไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน”
“อืม ฉันเจอแล้ว ส่วนเรื่องของฉัน เขาจะรู้หรือไม่ ฉันไม่ได้สนใจ”
“แต่เมื่อวานเท่าที่ฉันคุย ๆ ก็ดูเหมือนว่าดาวจะยังไม่รู้สถานะความเป็นอยู่ของแก สักเท่าไหร่นะ”
รอยยิ้มผุดขึ้นอีกครั้ง ก็จะไปรู้ประวัติของเขาได้อย่างไร ในเมื่อเขาปิดบังประวัติของตัวเองอย่างดี ไม่ออกสื่อหรือให้สัมภาษณ์ใด ๆ ตั้งแต่ที่เขากลับมารับตำแหน่ง ตำแหน่งผู้ประกอบการและนักธุรกิจต่าง ๆ เขาก็ไม่เคยเข้าร่วม มีแต่ส่งตัวแทนไปก็เท่านั้น โล่ รางวัล เกียรติคุณต่าง ๆ ก็ให้คนจัดส่งมาบริษัท จะมีก็แต่คนใกล้ตัวและคนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเท่านั้นแหละที่จะรู้จักตัวตนของเขาจริง ๆ
“เจอแค่นภาดาวหรือไง ? ”
“ก็เออสิวะ นี่อย่าบอกนะว่าไอ้เต…บ้าชิบ ! ” ภูผาสบภออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อนึกถึงเพื่อนรักอีกคนที่เขาเองก็ไม่ได้เจอมาหลายปี
“แล้วแกเจอสองคนนั้นแบบนี้แล้วแกจะทำอย่างไรต่อวะ”
“ทำอะไร ? ก็ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย”
“เฮ้ย ! แกทำใจได้จริงเหรอวะ ไอ้กองทัพ”
“ใครบอกเล่า ! มันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากเล่า” เขาพูดพร้อมสายตาและรอยยิ้มที่มุมปาก
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะวะ ฉันจะมาบอกแกว่า วันพรุ่งนี้ฉันจะเริ่มงานเลยนะ จะได้ไม่เสียเวลาตามแผนที่วางเอาไว้”
“เออ”
ร่างสูงโปร่งมองดูหญิงสาวตำแหน่งเลขาสาวของตัวเอง ที่ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจให้เจ้าหล่อนยอมตกปากรับคำตามคำเรียกร้องของภูผาผู้จัดการฝ่ายการตลาดเอาเสียได้
“คราวนี้ แกก็อย่ามาก้าวก่ายการทำงานของฉันนะเว้ย”
ไม่มีเสียงตอบกลับของอคินภัทร มีเพียงสายตาที่ส่อแววจะขัดใจอยู่นิด ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวกำลังให้ทีมงานเลือกเสื้อผ้าให้กับเธอ
ร่างบางรู้สึกเก้ ๆ กัง ๆ ไม่รู้ว่าเธอนั้นตัดสินใจผิดหรือเปล่านะ แต่เมื่อลองคิดว่า อยากเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เธอได้อยู่ในสายตาของเขาบ้าง ความฮึกเหิมนี้ก็ผุดขึ้นมาเสียอย่างนั้น
‘ไหน ๆ โอกาสก็มาหาแล้วนะลิตา ลองดูสักตั้งก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย แถมยังได้รายได้เพิ่มอีกไม่ใช่เหรอ ? นี่แหละโอกาสดีเลยนะ เพื่อท่านประธาน หรือพี่กองทัพอะไรของเธอเนี่ย จะได้เห็นเธอบ้างไง ’ คำพูดของเพื่อนรักอย่างปลายรุ้ง ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเธอ
“ไม่ต้องกังวลไปนะครับคุณลิตา ทำตัวให้ตามสบายก็พอทุกอย่างจะออกมาดีอย่างแน่นอน” ภูผากล่าวให้กำลังใจนางแบบจำเป็นที่เขาภูมิใจนำเสนอ
